Sunday, December 16, 2012

อัศวินม้าไม้ ตอนที่ 03

เมื่อเราไสไม้สำหรับทำหน้าโต๊ะครบแล้ว เราก็จะไสปรับแต่งอีกนิดหน่อยเพื่อเพลาะไม้ทั้งหมด
จากนั้น เราก็เตรียมเจาะช่องเดือยตัวเมียสำหรับใส่ไม้กันโยก และเจาะรูน็อตเพื่อร้อยผ่านหน้าโต๊ะ





ในรูปคือสิ่งที่เราต้องการ (รูขวาบนโน่น ยังไม่เสร็จนะครับ)

เนื่องจากเราใช้ไม้ 4 ท่อน แต่พนังล่างและตัวกันโยกมี 3 ท่อน เราจึงต้องเสียบตัวกันโยกขึ้นมาและจะพักอยู่ในไม้ 2 ชิ้น เราจึงต้องเจาะเดือยตัวเมียกับไม้ 2 ท่อน

เรากะตำแหน่งรูน็อตแต่ละจุดก่อน
จากนั้น ก็ใช้รูน็อต อ้างอิงเพื่อทำเดือยตัวเมีย


ตอนแรกว่าจะใช้ทริมเมอร์เซาะลดโหลดไปเรื่อยๆ แต่ทำไปได้นิดเดียว ฝุ่นเยอะมาก...
เลยเปลี่ยใจ ใช้สิ่วแล้วกัน ฝึกปรือทักษะกับสิ่วดีกว่า

ช่วงการลดโหลดนี่ เซาะไปยังไงก็ได้ครับ เน้นว่าเอาไม้ออกให้เร็วที่สุดโดยที่ไม่ทำลายชิ้นงาน
และไม่กระทบกับขอบปากเดือยทุกๆด้าน


พอตัดเส้นขอบเท่านั้นล่ะ หน้าตาดีขึ้นมาทันที
จริงๆ เดือยส่วนนี้ไม่ต้องสวยก็ได้ครับ เพราะมันซ่อนอยู่ใต้โต๊ะทั้งหมด
แต่พอดีผมอยากฝึกไปด้วย ก็เลยทำให้ดูสะอาดตาสักหน่อย

เมื่อทำอีกท่อน ก็จะได้เดือยตัวเมียฉบับเต็ม สำหรับเสียบตัวกันโยก

การที่ไม้ 2 ท่อน มีเดือยตัวเมียมาประกบกันได้พอดี ผมใช้วิธีทำเดือยฝั่งนึงขึ้นมาก่อน
แล้วประกบไม้ จากนั้นก็วาดตามไปเลย
วิธีนี้ง่ายสุดและแม่นกว่าไปวัดทาบ

เมื่อเจาะเดือยตัวเมีย 2 ช่อง, เจาะรูน็อตทั้งหมด, ผายรูน็อต, และตัดเหล็กสตัดไว้ 6 ท่อน
เราก็พร้อมทากาว เพื่อประกบไม้ทั้งหมด
 การประกอบไม้ชิ้นใหญ่ ต้องทากาวนานมาก กว่าจะทั่วทุกๆหน้าสัมผัส
รอบนี้ไม่ต้องใช้แคลป์ใดๆ เพราะเราใช้เหล็กสตัดและน็อตขันล็อคไว้เสมือนแคลป์

น็อตที่ร้อยผ่านรูเดือยนี้ เป็นชุดเดียวกับที่จะร้อยผ่านขาม้าไม้ด้วย




ทิ้งไว้แบบนี้สัก 2-3 วัน รอให้กาวแห้งสนิท ไม้จะล็อคกันหมด
ครั้งหน้า เราจะเตรียมไม้สำหรับทำขาโต๊ะ และไสหน้าโต๊ะให้เรียบ สะอาดตาครับ







Saturday, December 15, 2012

หินลับมีด

มีโอกาสได้แวะไปเยี่ยมพี่ธนะแห่ง Japanese edge (http://www.japaneseedge.com/)
ซึ่งเป็นผู้นำเข้าหินลับมีดยี่ห้อดังๆจากญี่ปุ่น


โดยทั่วๆไปในบ้านเรา ผู้ที่จะใช้หินลับมีดก้อนละเป็นพัน ก็คือกลุ่มพ่อครัวมืออาชีพ เชฟมือทองทั้งหลาย เพราะแต่ละท่านต้องใช้มีดอันแสนคมในการประกอบอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแล่ปลา
หินลับมีด จึงเป็นอุปกรณ์สำคัญมากๆ การลับมีดกับหินที่ดี จึงจะได้มีดที่คมจริง และทำอาหารได้อย่างประณีต หรือบางกรณีโรงงานอาหารใหญ่ๆ ที่มีข้อกำหนดต้องใช้หินลับมีดคุณภาพสูงซึ่งไม่มีสารปลอมปนจากวัตถุหนัก (ถ้าหินลับมีดมีสารที่เป็นอันตราย ก็ติดไปที่ใบมีด ติดไปที่อาหาร)

ช่างไม้แบบเราๆ ก็เช่นกัน
สิ่วคม ใบกบคม ช่วยพวกเราได้เยอะมาก เพราะไม้บ้านเราแข็งมากๆ ไสไม้ไปไม่เกิน 10 นาทีต้องลับอีกแล้ว หรือใช้สิ่วตอกเดือยลงไปสักพัก ก็ต้องลับอีก
ผมเองต้องมีลับสิ่วหรือใบกบทุกอาทิตย์ ไม่อย่างนั้น ทำงานต่อไม่ได้ มันจะฝืด ไสไม้เหนื่อยกว่าเดิม

เมื่อใช้หินลับมีดไปสักพัก หน้าหินจะแอ่นตามการกดใบมีด เพราะเนื้อหินบางส่วนเริ่มหายไปแล้วนั่นเอง
ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้องใช้หินที่แข็งอีกประเภทนึง เพื่อทำการขัดกับหินลับมีด เพื่อปรับหน้าหินลับมีดให้เรียบตลอดเวลา
นั่นคือ หินเพชร...
หินเพชร เป็นหินลับมีดประเภทหนึ่งเช่นกัน สามารถใช้กับมีดได้ตามปกติ และด้วยความที่มันแข็ง+หยาบมาก มันจึงถูกใช้เป็นหินเพื่อปรับหน้าหินลับมีดอื่นๆด้วย

วิธีการปรับหน้าหิน ก็คือ เอาดินสอตีตารางหินลับมีดที่ต้องการจะปรับหน้าหิน
ในรูป หินเพชรอยู่ทางซ้าย และหินลับมีด (สีเขียว) อยู่ทางขวา
เราจะใช้หินเพชรขัดที่หน้าหินทั้งหน้า จนดินสอหายไปหมด จึงจะมั่นใจได้ว่าหน้าหินลับมีดโดนขูดออกไปทั้งหมด และเรียบตามหินเพชร (หินเพชรแปะอยู่บนแผ่นเหล็กอีกทีนึง ไม่ว่าจะขูดอะไร ก็เรียบตลอดเวลา)

ในรูปแสดงหน้าหินที่ปรับเรียบแล้ว เราก็สามารถนำหินก้อนนี้ไปลับมีดได้...
การปรับหิน ควรปรับทุกครั้งที่ใช้งานเสร็จ ไม่ควรดองไว้ เพราะนานวันเข้า เราใช้ไปมากๆ หินจะแอ่นเยอะ  การลับมีดจะไม่มีประสิทธิภาพ และเมื่อคิดจะปรับหน้าหินตอนนั้นแล้ว เราต้องขูดหน้าหินเยอะมาก

เทคนิคอีกนิดก็คือ เมื่อเราปรับหน้าหินเสร็จแล้ว ให้เราลบขอบหินทั้ง 4 ด้านด้วยครับ เพราะขอบที่คม มีโอกาสที่เราจะไปพลั้งโดนหินกระเทาะหลุดออกมาเป็นก้อนเล็กๆได้


หินลับมีด มีทั้งที่ทำจากธรรมชาติและหินสังเคราะห์
หินธรรมชาติ มีราคาสูงมาก และหายาก ส่วนใหญ่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เพราะเขามีหินภูเขาไฟเยอะนั่นเอง (หินภูเขาไฟ มีส่วนผสมของแร่ที่เหมาะกับการเอาเนื้อมีดออก) ยกตัวอย่างเช่น หินอัตโกยาม่า (ยาม่า แปลว่า ภูเขา อัตโกยาม่า ก็คือ หินที่นำมาจากภูเขาอัตโก) ราคาหมื่นขึ้นไป...หรือบางก้อน ที่ญี่ปุ่นประมูลกันเป็นล้าน!!

การใช้หินธรรมชาติ ต้องมีอุปกรณ์เสริมอีก นั่นก็คือ หินก้อนเล็กๆ เรียกว่า นากูระ


หินก้อนเล็กนี้ จะแข็งกว่าหินลับมีด มีจุดประสงค์เพื่อใช้ขูดหินลับมีดให้เกิดโคลน และเราใช้โคลนนั้นล่ะลับมีด วิธีการใช้ก็คือ ราดน้ำลงที่หินลับมีด ใช้นากูระขูดทั่วๆ แล้วจึงนำมีดมาลับบนหินได้เลย

หินธรรมชาติ มาจากธรรมชาติทั้งก้อน จึงต้องระวังสารปนเปื้อนเช่นกัน ซึ่งมีผลกับการลับมีดทำอาหาร
และหินนากูระ ก็มีอีกหลากหลายสิบแบบ เรียกว่า เป็นศาสตร์ของหินทีเดียว

ส่วนหินสังเคราะห์ เป็นการนำส่วนผสมที่ต้องการมาจัดสัดส่วนที่เหมาะสม เช่น สารขัดเงา สารขัดเหล็ก สารยึด ซึ่งมีข้อดีคือ เราเลือกจัดสัดส่วนได้ ไม่มีสารปนเปื้อนอันตราย และหินมีคุณภาพที่สม่ำเสมอ

สารยึด ก็มี ดิน(clay) ซึ่งเมื่อเป็นหินแล้ว เราต้องจุ่มน้ำไว้ตลอดเวลา เพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้กับสารยึด เวลาใช้งาน ก็ต้องหมั่นราดน้ำอยู่เสมอ
ส่วนสารยึดอื่น เช่น เซรามิค จะไม่จำเป็นต้องจุ่มน้ำ ขืนจุ่มน้ำนานๆ สารยึดจะบวม คุณภาพหินจะลดลงไปอีก เวลาใช้งาน ใช้น้ำราดนิดหน่อยก็พอ

หินลับมีดแบบดิน จะมีราคาถูกกว่าหินเซรามิค

วันนั้น เราได้นำใบกบ สิ่ว เหล็กหลายๆเกรดไปนั่งลับทดลองกันหลายชั่วโมงทีเดียวครับ


การจะลงทุนซื้อหินลับมีดแพงๆสักก้อน แนะนำว่าให้ลองนำอุปกรณ์ของเรา ไปลับเลยครับ
ความรู้สึก การกดใบมีลงบนหน้าหินของแต่ละท่าน ไม่เหมือนกัน เราต้องเลือกหินที่เราทำงานด้วยแล้วสบายที่สุด มีความรู้สึกที่ดี หินก้อนเดียวกัน คนสองคนอาจชอบไม่เหมือนกันครับ...

ในรูปคือ กลุ่มหินเซรามิค
ขอบอกว่า ใช้ดีมากๆครับ สมแล้วทำไมราคาถึงสูงมาก ก้อนละเป็นพันต้นๆไปยันแปดเก้าพัน!!!

ไล่จากซ้ายไปขวา คือ หินเซรามิค ยี่ห้อ นานิวะ สีเทาเบอร์ 5000 สีแดงเบอร์ 3000 สีเขียวเบอร์ 1000
เบอร์หิน ยังไม่มีมาตรฐานสากลนะครับ หินแต่ละยี่ห้อ เขาจะมีการรันเบอร์ความหยาบละเอียดของตนเอง
ถ้ายี่ห้อเดียวกัน เบอร์ที่สูง จะละเอียดกว่าเบอร์ที่ต่ำกว่า
แต่ถ้ายี่ห้อต่างกัน ตัวเลขจะใกล้ๆกัน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะนับแทนกันได้ เบอร์ 1000 ของแต่ละยี่ห้อ จะมีความหยาบไม่เท่ากัน

เมื่อเราลับหยาบ ละเอียดแล้ว ก็จบด้วย finishing ซึ่งขัดมันวาวให้กับเนื้อเหล็ก ส่งผลให้เนื้อเหล็กมีความลื่น เวลาตัดชิ้นงาน เฉือนชิ้นงาน จะทำได้ลื่น ไม่ฝืด
หินที่ละเอียด คุณภาพสูงๆ ก็จะมีสาร finishing ในตัวด้วยเลย ลับใบกบเสร็จ เหล็กใสเหมือนกระจก

หรือจะใช้สารเพิ่มเติม ดังรูปตัวอย่าง
เราจะใช้สารนี้ ทาบางๆลงบนแผ่นหนังวัว รอให้สารแห้ง
จากนั้น ก็นำใบมีดมาขัดบนสารนี้เลย (ดูฉลากในรูป ความละเอียด 60,000 !!!)
หน้าเหล็กก็จะใส วาว

เท่าที่เราได้ทดลองหินลับมีดหลายๆก้อน กับเหล็กหลายๆแบบ
ผมว่า ผมลับมีดได้คมที่สุดในชีวิตก็วันนี้ล่ะครับ เวลาลูบๆปลายใบ กลัวบาดมือมากๆ
หน้าเหล็กใสจนเห็นรูขุมขนที่หน้าตัวเอง

พี่ธนะเล่าให้ฟังว่า ที่ญี่ปุ่น ช่างลับมีดซามูไรที่เก่ง เขาคิดค่าลับมีดตามความยาว คิดราคานิ้วละ 20,000 บาท เรียกว่า ลับเสร็จ ทั้งคมและสวยงามมากๆ










Tuesday, December 11, 2012

อัศวินม้าไม้ ตอนที่ 02

หลังจากทำโต๊ะเลื่อยวงเดือนเสร็จ ก็ย้ายคิวมาลุยม้าไม้ตัวนี้กันต่อครับ...

วันนี้ เรานำท่อนไม้ที่เข้ารอบมากองไว้ และคำนวณขนาดหลังม้าตัวนี้
ที่พื้น..กองไม้ทางซ้าย คือหลังม้า ส่วนกองไม้ทางขวา 3 ท่อนนั้น เอาไว้เป็นตัวกันโยกและคานล่าง
ดังนั้น หลังม้าจะเป็นการเพลาะไม้ 4 ท่อน เพื่อให้ได้หน้ากว้างประมาณ 220 mm และยาว 1200 mm
ถ้าเทียบกับโต๊ะต้นแบบ ซึ่งออกแบบให้ใช้ไม้ 5 ท่อน และบากเดือยรองรับตัวกันโยกไว้พอดี
ม้าไม้ที่กำลังทำตัวนี้ หน้าโต๊ะเป็นไม้ 4 ท่อน เดี๋ยวเราต้องมาจัดการบากเดือยรอไว้เช่นกัน ซึ่งก็มีความยุ่งยากเข้ามาอีกนิดหน่อย...

เนื่องจากผมไม่มีโต๊ะช่างไม้ใดๆเลย จึงประยุกต์โครงโต๊ะเก่าๆตัวนึง แปะกับแผ่น PB และเอาสต็อกไม้หนักๆมาถ่วงด้านขวาไว้ ทำให้เราได้โต๊ะสำหรับพอจะไส้ไม้สนนี้ได้
ปากกาจับอะไรก็ไม่มี จึงแคลป์ไม้ไว้ที่หัวโต๊ะ เพื่อเป็นตัวยันตอนไสไม้ รูปทรงแบบนี้ ใช้งานได้ดีทีเดียวครับ

รูปถ่ายแสดงบริเวณหัวโต๊ะ ต้องเผื่อให้ระยะกบบรรทัด (22 นิ้ว) วิ่งพ้นด้วย และต้องระวังมือ หรือกบจะไสตีไปโดนหัวเหล็กแคลป์

ไม้สนมือสอง ก็มีโก่งบิดเป็นเรื่องปกติ จึงต้องปรับระนาบเสียก่อนที่จะไปโฟกัสเรื่องอื่น


ไม้ฉีกที่มุมแบบนี้ ต้องทำใจครับ มีทางเลือกว่า
1) ไสไปทั้งหน้าจนกว่าจะหมด หรือ
2) ไสไปสักหน่อย แล้วปล่อยไว้แบบนั้น

ผมเลือกข้อสอง แล้วเดี๋ยวดูเทียบกับชิ้นอื่นๆ เวลาเพลาะไม้อาจจะต้องพลิกไม้ไปมา เพื่อให้มุมสวยๆหันขึ้นหน้าโต๊ะ

เมื่อหน้าที่หนึ่ง เรียบพอใช้ได้ เราก็ลุยหน้าสองกันซะเลย


และหน้าสอง ก็มีมุมแบบนี้อีกเช่นกัน

หมดไปหนึ่งบ่าย เราก็ไสครบ 3 หน้า เรียบระดับหยาบๆ
ครั้งต่อไป เราต้องไสหน้า 1 หรือหน้า 3 เพื่อให้ไม้มีความหนาเท่ากันทั้งท่อน
เราจะทำแบบนี้กับทุกๆท่อน จากนั้น ค่อยมาดูภาพรวมว่าจะใช้ชิ้นใดประกบกับชิ้นใด พลิกไม้ไปมาอย่างไร แล้วจึงจะไสละเอียด เพื่อเพลาะไม้แต่ละคู่ครับ







อัศวินม้าไม้ ตอนที่ 01

สืบเนื่องจากกระทู้ของพี่เขมทัต เรื่องม้าไม้ ที่มีน้ำหนักเบา ราคาไม่แพง และสามารถต่อยอดตัวอานม้า ใส่ปากกาจับชิ้นงาน ได้เป็นโต๊ะช่างไม้ขนาดย่อมๆ ดังกระทู้ นี้

จึงเกิดแรงบันดาลใจอยากทำไว้ใช้เองบ้างสักตัว น่าจะท้าทายและได้ผลงานที่น่าภูมิใจ
ดังรูปตัวอย่างม้าไม้ต้นฉบับของพี่เขมทัต



วันที่ 5 พย. 2555 จึงติดสอยห้อยตามพี่เขมทัตไปซื้อไม้สนมือสอง ตรงก่อนขึ้นทางด่วนอาจณรงค์ ซึ่งเป็นร้านขายไม้สนมือสองเก่าแก่ เขาจะโละจากลังพาเลท ถอดชิ้นส่วนไม้มาขายราคาไม่แพง

เลือกกันตามสภาพที่มี ก็ได้ไม้สนพอรับได้ ขนาด 3x4 x 2.2m มาแปดท่อน ตกท่อนละ 160 บาทและได้ท่อน 2x4 x2.2m อีกสองท่อน ท่อนละ 100 บาท ให้ที่ร้านไสเปิดไปสักหน่อย เพื่อจัดการทรายที่เกาะตามผิวไม้ (ขืนเอามาเปิดไม้เอง ใบมีดกบของเราจะบาดเจ็บได้ง่ายๆ และต้องมาเหนื่อยลับมีดอีก)

แล้ววันที่ 11 พย. จึงมาไสหยาบสักที ดูภาพรวมๆว่าแต่ละท่อน บิดโก่งแค่ไหน
จริงๆ ไม้ 3x4 ตั้งแต่แรก เปิดหน้าไม้ที่ร้าน ก็หายไปหลายมิลทีเดียว ยิ่งมาเจอไม้โก่ง ต้องไสปรับอีก คงลดลงไปอีกเยอะ

ตัดใกล้เคียงความยาวโดยประมาณ 125-130 ซม. เมื่อไม้ท่อนสั้นลง เรื่องบิดโก่ง ก็จะมีระยะที่ลดลง เวลาไสทิ้ง ก็ไม่ต้องไสทิ้งเยอะมากเหมือนกับการไสทั้งท่อนที่ 220 ซม.

วางกล่องมิเนียมวัดระนาบที่ห้วท้าย จะเห็นว่าไม้บิดแค่ไหน
ตอนวางเสร็จปั๊บ นั่งขำกันอยู่พักนึง.... เพราะรู้ว่า ต้องเหนื่อยปรับไม้อีกแค่ไหน

วันแรก จึงไสหยาบๆ พอให้ได้ความเรียบสักนิด และดูภาพรวมจากหลายๆท่อนก่อน เพื่อเลือกว่าจะหยิบไม้ชิ้นใดมาใช้บ้าง และจะปรับความหนา ความกว้าง ทั้งหมดไปเท่าใด



Sunday, December 9, 2012

ผลงานเก้าอี้ชิ้นโบว์แดง 2012_Dec_0809

รูปตัวอย่างบรรยากาศการทำเก้าอี้ชิ้นโบว์แดง หลักสูตรรอบวันที่ 8-9 ธค 2012
ตอกสิ่วกันสนุกสนานมากครับ

ผู้เข้าอบรมทั้งสองท่าน ท่านนึงมีประสบการณ์งานไม้ด้าน power tool มาเยอะมาก และสนใจการใช้งาน hand tool เพื่อมาช่วยตัดแต่ง เก็บรายละเอียดชิ้นงาน
อีกท่านยังไม่เคยทำงานไม้มาก่อน แต่ก็ได้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจากในอินเตอร์เน็ต

กำหนดการคร่าวๆของงานที่ต้องทำในการอบรม 2 วันนี้

ห้องเรียนของเรา (ช็อปช่่างเชนที่เอกชัย 76)

อุปกรณ์สำหรับผู้เรียน

เหมือนว่าจะสุมกำลังไปตีกับใคร

เลคเชอร์กันสักพัก แล้วก็ลุยกันเลยครับ

การวาดแบบ สำคัญมากๆสำหรับงานไม้

เริ่มเซาะช่อง dado



เปิดพัดลมตัวนึง ทำงานไม้สบายๆครับ

เลื่อยอย่างไรให้ตรง





วิธีการจรดใบเลื่อยในช่วงแรก และการวางตำแหน่งหัวไหล่ ข้อศอก ข้อมือ ในระนาบเดียวกัน

Coping saw ช่วยลดโหลด

เดือยตัวผู้



เดือยสนิมหรือไม่ อยู่ที่การตรวจสอบ

ฝุ่นไม่มี เสียงมอเตอร์ไม่มี ซึมซับบรรยากาศการทำงานไม้




คนใช้สิ่วบ่อยๆ จะรู้จักท่าทางสิ่วท่านี้ครับ

เริ่มทำเดือยตัวเมีย




ทดสอบการเข้าเดือยครั้งแรก

แก้ไขอีกหน่อย

ทดสอบการเข้าเดือยครั้งที่สอง

ขาเก้าอี้ มาละ

ทำคานยึดด้านล่าง



ทำบ่าของชิ้นคานด้านล่าง



การแทงสิ่วอีกท่า ที่ใช้กันประจำ






เก็บชิ้นงานด้วยกบ


เช็ดกาวส่วนที่เกิน